https://onscene-prod.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/files/styles/cover_photo_1600w/public/2022-04/20220429-1.png?VersionId=kotj5Joyy1r1fYWx9jUeWncWqLtsEtOA&itok=SZBPxgo8

ผมเชื่อว่าหลายท่านที่เป็นนักเขียน Blog อยู่แล้วในตอนนี้ ต้องได้เคยได้ยินหรือรู้จักแพลตฟอร์มในการเขียนบทความเพื่อเอาไปลงในเว็บไซต์ของตัวเอง ซึ่งในปัจจุบันก็มีอยู่มากมายให้เลือกใช้งาน แต่ที่ต้องเคยได้ยินแน่ๆ ต้องมี Blogger กับ WordPress แน่นอน แต่หลายคนที่กำลังจะเริ่มเขียนบทความก็อาจจะสงสัย ว่าแพลตฟอร์มไหนมีดีอย่างไร และควรใช้อันไหนดี วันนี้ในบทความของ TamKung จะมาเปรียบเทียบกันให้ดูว่า Blogger กับ WordPress อันไหนจะดีกว่ากัน และควรใช้อะไรทำเว็บไซต์ดี


ก่อนอื่นต้องลองมาทำความรู้จักกันก่อน

  • Blogger

Blogger.com เรียกได้ว่าชื่อของมันก็ตรงตัวอยู่แล้ว คือมันนิยมใช้งานในการเขียน Blog การเขียนบทความ มันคือเว็บไซต์ที่เรียกได้ว่าเป็นเหมือนตัวเริ่มต้นของใครหลายๆ คน เนื่องจากมันมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน และให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดย Blogger เป็นบริการเว็บไซต์เพื่อเขียนบทความของทาง Google นั่นทำให้ทุกคนที่ใช้งาน Gmail สามารถเข้าไปสร้างเว็บไซต์ Blog ได้ครับ

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0027_Screen Shot 2565-04-29 at 03.11.42.jpg?itok=PXBn4qCh

Blogger.com ยังเป็นที่รู้จักกันในนามของ BlogSpot เพราะว่าในทุกโดเมนของชื่อเว็บจะถูกตามด้วย Blogspot.com เวลาเราไปที่ไหน แล้วเห็นว่าเว็บไซต์นั้นตามด้วย Blogspot.com (เช่น tamkungblog.blogspot.com) แสดงว่าใช้งานเขียนบทความผ่านทาง Blogger นั้นเอง แต่หากใครที่ไม่ต้องการให้มี Blogspot ตามหลัง ก็สามารถไปหาซื้อ Domain name แล้วเอามาให้ระบบเว็บไซต์ใช้งานแทนครับ

  • WordPress

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า WordPress นั้นจะมีอยู่ 2 อย่าง คือ WordPress.org ที่เอาไว้สำหรับเว็บไซต์ที่มี Server ซึ่งจะเป็นเหมือน Software ที่ฟรี เอาไปใช้กับเครื่องไหนก็ได้ กับ WordPress.com สำหรับการเช่าบริการ Server ของทาง WordPress โดยตรงครับ นั้นหมายความว่า หากเราจะเลือกใช้งานได้ทั้งฟรี และเสียค่าบริการรายเดือนครับ แต่เอาจริงๆ การที่จะบอกว่า WordPress นั้นฟรีแบบ 100% ก็อาจจะไม่ถูก เพราะการที่จะเอา WordPress ไปติดตั้งที่ Server ของเรานั้น ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของ Server หรือการเช่าเครื่อง Server จากที่อื่นนั้นเองครับ

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0026_Screen Shot 2565-04-29 at 03.12.00.jpg?itok=7ZrOMIgg

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0025_Screen Shot 2565-04-29 at 03.12.28.jpg?itok=gNyuJOlY

แต่ WordPress ก็เรียกได้ว่ามีความนิยมในการใช้งานอยู่ค่อนข้างเยอะ โดยสามารถคิดได้ว่าเป็น 20% ของจำนวนเว็บไซต์ที่มีอยู่เลย โดยมันเป็นระบบที่เอาไว้จัดการกับเนื้อหา (CMS) ซึ่งจะทำให้เราสามารถสร้าง จัดการ และเผยแพร่บทความของเราได้ครับ


แล้วระหว่าง Blogger กับ WordPress ใครดีกว่ากัน?

ผมต้องบอกว่า ถึงตอนนี้ก็ยังตัดสินไม่ได้นะครับ ว่าใครจะเป็นระบบที่ดีกว่า หรือใครเป็นระบบที่ด้อยกว่า แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือ การที่ต้องหาระบบที่เหมาะสมกับงานของเรามากที่สุดครับ ยกตัวอย่างเช่น การที่ต้องการเขียน Blog เพื่อเป็นงานอดิเรก ที่ไม่ได้คิดอยากจะจริงจังกับมันมาก ก็อาจจะเลือกเป็น Blogger แต่หากงานบทความที่เราต้องเขียนนั้น มีความเป็นงาน การแสดงผลงานที่ต้องการความจริงจัง หรืองานระดับองค์กร การใช้ WordPress ก็จะเป็นทางที่เหมาะสมกว่า

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/Screen Shot 2565-04-29 at 03.15.17.png?itok=J26wvP6W


แต่เอาเป็นว่า เดี๋ยววันนี้เรามาลองดูกันว่า ข้อดีกับข้อเสีย ของทั้ง 2 แพลตฟอร์มนั้นมีอะไรบ้าง

Blogger

ข้อดี

  • เราไม่ต้องเสียเงินเลย แม้แต่บาทเดียวในการใช้งานบนแพลตฟอร์มของ Blogger

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/Screen Shot 2565-04-29 at 03.16.28.png?itok=rJRHj9Kf

เพราะเนื่องจากว่าเป็นแพลตฟอร์มที่มีการใช้งานผ่าน Google ทำให้เราสามารถใช้งาน Blogger ได้อย่างเต็มที่ และไม่จำเป็นต้องเสียเงินสำหรับค่า Server เลย

  • เราสามารถเริ่มการสร้าง Blog ของเราได้ภายในเวลาอันสั้น และพร้อมเขียนงานลงได้เลย

คือมันเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายมากๆ และสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยที่หากต้องการเริ่มนับตั้งแต่สร้าง Blog ก็สามารถพร้อมเขียนงานลงได้ภายใน 10 นาทีเลยครับ

  • ไม่มีระบบในการส่งเนื้อหาเพื่อให้มีการตรวจสอบก่อนจะเผยแพร่

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0005_Screen Shot 2565-04-29 at 03.06.03.jpg?itok=xEJJ-bZr

หากใครที่ชินกับการต้องส่งบทความเพื่อให้หัวหน้า หรือระบบตรวจสอบเนื้อหาของเราก่อน ก่อนที่จะเผยแพร่ได้ เพราะฉะนั้น เราสามารถเขียนอะไรก็ได้ ตามที่เราต้องการ แถมระบบ SEO ก็สามารถทำได้อีกด้วย

  • มีระบบการบันทึกอัตโนมัติ

ทุกการเขียนบทความ หรือการเปลี่ยนแปลงอะไรกับบทความ เราก็ไม่ต้องเสียเวลาในการกดปุ่มบันทึก หรือเผลอกดปิดไป มันก็จะไม่หาย เพราะว่ามันมีระบบบันทึกอัตโนมัติครับ

  • มี Domain Name ให้ใช้ฟรี

อย่างที่บอกครับ ว่าเราสามารถสร้างเว็บไซต์ได้ฟรี แถม Domain name ให้อีกด้วย ทำให้เราสามารถตั้งชื่อเว็บไซต์เพื่อบ่งบอกถึงความเป็น Blog ของเรา (แต่ก็ต้องพ่วงมาด้วย Blogspot.com)

  • สามารถเขียน Script พวก HTML หรือ JavaScript ได้

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0002_Screen Shot 2565-04-29 at 03.06.22.jpg?itok=Ng44XgW8

มันก็จะเป็นเหมือนกับเว็บไซต์ทั่วไป ที่จะสามารถทำให้เราเพิ่ม Script พวกภาษาของเว็บไซต์ได้ ทั้งภาษา HTML, Java Script, CSS เพราะฉะนั้นหากเราพอจะมีความรู้ด้านนี้บ้าง ก็สามารถเอามาออกแบบหน้าเว็บไซต์ของเราได้

  • นอกจากจะฟรี แถมยังอาจสร้างรายได้ให้เราได้

ด้วยความสามารถอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ใช้งานหลายคนยังใช้งานอยู่ มันคือสามารถนำ Blog นี้ไปสร้างรายได้ได้ ด้วยการเพิ่ม Google Adsense หรือจะเป็น Amazon ได้อีกด้วย แถมยังสามารถเอา Blogger ที่เป็นตัวฟรีใช้งานได้อีกด้วย (แบบที่มี Blogspot.com ตามท้ายก็ทำได้)

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0000_Screen Shot 2565-04-29 at 03.06.41.jpg?itok=3YWWwQGr

  • พื้นที่ที่ไม่จำกัด

แม้ว่า Google Photo จะไม่ฟรีแล้ว แต่ Blogger ก็ยังคงความฟรี แบบไม่จำกัดพื้นที่เก็บข้อมูลครับ ทำให้เราสามารถอัปโหลดรูปเพื่อใช้งานบนเว็บไซต์ได้เลยละครับ

ข้อเสีย

  • เราไม่สามารถจัดการกับโครงสร้างของเว็บไซต์

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0003_Screen Shot 2565-04-29 at 03.06.16.jpg?itok=S8uC8AJb

เพราะว่าเราไม่ได้เป็นเจ้าของของ Server ทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่อยู่เบื้องลึกเบื้องหลังครับ เพราะฉะนั้นเราจะไม่สามารถไปแก้ไขว่าเว็บไซต์ของเราจะเป็นอย่างไร (ซึ่งอันนี้ไม่ได้รวมถึงการแก้ไข Theme ของ Blogger นะครับ)

  • อาจจะต้องเพิ่มเงินในการซื้อ Template ใหม่ หากไม่ชอบแบบเก่า

จริงๆ Blogger จะมีตัว Template ที่เอาไว้ให้ใช้งานได้แบบฟรีๆ แต่หากใครที่รู้สึกไม่ชอบ เพราะดูเหมือนมันจะเก่าเกินไป ก็อาจจะต้องไปหาซื้อ Theme จากที่อื่น โดยราคาก็อาจจะเริ่มต้นที่ 300 บาทรับ (อย่างของ tamkune.me นี้ ผมเองก็ซื้อมาในราคา 500 บาทครับ)

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0001_Screen Shot 2565-04-29 at 03.06.27.jpg?itok=cCXApWHS

  • เราไม่ได้เป็นเจ้าของอย่าง 100% หากละเมิดข้อกำหนด ก็อาจจะถูกระงับบัญชีได้

หากเรามีการละเมิดข้อกำหนดในการใช้งาน เราก็อาจจะถูกตรวจสอบและโดนระงับบัญชีได้ แต่เนื่องจากมันไม่มีใครมาตรวจเนื้อหาของเราก่อน ก็อาจจะต้องถูกรายงานบ่อยๆ ถึงจะโดนระงับครับ

  • เราจะไม่สามารถเข้าถึง FTP ได้

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0004_Screen Shot 2565-04-29 at 03.06.08.jpg?itok=BjeHLiWk

หากใครเป็นสาย Tech หรือสายภาษาคอม ก็อาจจะเข้าใจถึง FTP นั้นคือการเข้าถึงข้อมูลของเว็บไซต์ ข้อมูลของแต่ละบทความ ที่จะเพิ่มความสะดวกในการทำงานบนเว็บไซต์ได้ แต่เนื่องจาก เราไม่ได้เป็นเจ้าของ Blogger อย่างเป็นทางการ นั้นก็ทำให้เราไม่สามารถอัปโหลดข้อมูลไปยังเว็บไซต์ โดยใช้งานผ่าน FTP ครับ

  • อาจจะมี Bug อยู่เยอะ

เพราะว่ามันเป็นระบบแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างเก่า ทำให้เทคโนโลยีอย่างปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง แต่ Blogger อาจจะไม่ได้เปลี่ยนตาม ทำให้ในบางครั้งก็อาจจะเกิด Bug แบบงงงงได้ ก็ต้องทำใจกันหน่อยนะครับ


WordPress.com

ข้อดี

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0006_Screen Shot 2565-04-29 at 03.03.14.jpg?itok=a7DtVroa

  • ใช้งานได้ฟรี
  • ไม่ต้องกลัวเรื่องความปลอดภัย
  • Interface สวยงาม เรียบหรู
  • มีฟีเจอร์ให้อัพเกรดเว็บไซต์แบบเสียเงินได้

ข้อเสีย

  • ถ้าจะเพิ่ม Domain name ของตัวเอง ต้องอัพเกรด/เสียเงิน 13 เหรียญ หรือราว 520 บาท

มันเลยกลายเป็นข้อถกเถียงว่า มันอาจจะได้ทีความสะดวกเหมือน Blogger ในเรื่องของการเปลี่ยนลิงก์เว็บไซต์ครับ

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0019_Screen Shot 2565-04-29 at 02.55.17.jpg?itok=-e03RnHp

  • ไม่สามารถสร้างรายได้ด้วยโฆษณาได้

เพราะหากเราต้องการให้มีโฆษณาแสดงบนหน้าเว็บของเราได้นั้น ก็ต้องซื้อฟีเจอร์ของตัว WordPress เอง

  • ติดตั้ง Plugin ไม่ได้

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0007_Screen Shot 2565-04-29 at 03.03.07.jpg?itok=OpYkPlC9

Plugin เป็นเหมือนกับของเล่นที่จะทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ในเวอร์ชั่นฟรีนี้ จะทำให้เราไม่สามารถซื้อหรือติดตั้ง Plugin บนเว็บไซต์ของเราได้

  • ไม่สามารถเพิ่มโค้ดหรือ Script ที่กำหนดเองได้

มันจะไม่เหมือนกับ Blogger ที่ว่า เราไม่สามารถเพิ่มภาษา HTML หรือ CSS อื่นๆ ได้ครับ

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0009_Screen Shot 2565-04-29 at 03.02.56.jpg?itok=pBSwLHA2

  • จะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากแผนการจ่ายและการอัพเกรดของ Wordpress.com นั้นค่อนข้างแพง ตัวอย่างเช่น มีค่าใช้จ่าย $99/ปี สำหรับ Package WordPress.com Premium (ที่มีทรัพยากรจำกัด) เมื่อมีค่าใช้จ่ายเพียง $60 หากคุณเริ่มสร้างบล็อก WordPress แบบโฮสต์เอง

  • มีพื้นที่เก็บไฟล์แค่ 3 GB

WordPress.org

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0013_Screen Shot 2565-04-29 at 03.02.22.jpg?itok=mRyO8RF3

มาในส่วนของ Software ที่ฟรี สำหรับการใช้งาน Wordpress ที่ฟรี บนเครื่อง Server ของเราเองครับ และนับว่าเป็น Software ที่มีหลายคนทั่วโลกชอบใช้งาน ทั้งงานส่วนตัวหรืองานระดับองค์กร ที่เมื่อเราไปหา Server ที่ไหนก็ตาม ก็จะมีตัวเลือกสำหรับการใช้งานเพื่อ Wordpress โดยเฉพาะ

ข้อดี

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0012_Screen Shot 2565-04-29 at 03.02.28.jpg?itok=6i322jCd

  • ทุกสิ่งทุกอย่าง จะเป็นของเราเอง ไม่ต้องไปขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการอื่นๆ
  • สามารถกำหนดโครงสร้างของเว็บไซต์ได้
  • สามารถสร้างรายได้ภายใน Blog ของเราได้
  • ควบคุมได้ทุกอย่างของเว็บไซต์
  • สามารถติดตั้ง Theme และ Plugin ได้อย่างเต็มที่

เรียกได้ว่ามีของเล่นมาให้เลือกเล่นได้เพียบ แถมถ้าเราอยากจะหาอย่างอื่นมาลง ก็สามารถไปหาซื้อได้ตามตลาดเว็บไซต์ได้เลยครับ เขามีรองรับแทบจะหมดทุกอย่างเลยจริงๆ

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0024_Screen Shot 2565-04-29 at 01.15.45.jpg?itok=EoFdkOJX

  • ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับค่าธรรมเนียม
  • สามารถสร้าง Email เป็นของตัวเองได้ (หากตัว Server รองรับระบบ Email)

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0021_Screen Shot 2565-04-29 at 01.22.12.jpg?itok=OWN1Qjs8

ข้อเสีย

  • แม้ว่าตัวจะฟรี แต่ก็ต้องเสียค่า Server

แม้ว่า WordPress.org จะมี Software ให้ใช้งานได้แบบฟรีๆ แต่เราอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับ Server ที่ให้บริการ โดยราคาก็มีทั้งเช่า Server หรือซื้อ Server มาตั้งที่องค์กรของเราครับ โดยถ้าหากเราเช่า ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 300 บาทต่อเดือนขึ้นไป หรืออาจจะมากกว่านั้นได้ แต่ถ้าจะซื้อเครื่อง Server ก็อาจจะมีราคาสูงถึงหลักหมื่นบาทได้เลยครับ

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0015_Screen Shot 2565-04-29 at 03.01.59.jpg?itok=hiLYwzxy

  • อาจจะต้องเข้าใจภาษาคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง (ถ้าจะทำเอง)

การติดตั้ง WordPress บน Server ของเรานั้น อาจจะต้องเข้าใจถึงภาษาคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง แต่ก็ใช้เวลาในการติดตั้งประมาณ 10 นาทีได้ครับ และก็อาจจะต้องตั้งค่า PHP, HTML, CSS, SQL, FTP เป็นต้น

  • ถ้าต้องการขยาย ก็ต้องขยายที่ Server

https://creators.trueid.net/s3/files/styles/cover_photo_1024w/public/inline-images/20220429-1_0014_Screen Shot 2565-04-29 at 03.02.05.jpg?itok=we41ZIvL

หากต้องการขยายฐานผู้ใช้งาน หรือต้องการเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานของเว็บไซต์ ก็ต้องไปเพิ่มขนาดของ Server ซึ่งจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มขึ้น

  • ต้องทำการสำรองข้อมูลเอง

เนื่องจากทุกอย่างมันเป็นของเราเอง เพราะฉะนั้นการดูแลและการจัดการกับข้อมูลนั้นก็ต้องทำเองทั้งหมดครับ และการดูแลก็ต้องเพิ่มการดูแล เพราะถ้ามันพังขึ้นมา เราก็จะต้องเป็นคนจัดการเองครับ


โดยรวมแล้ว ทั้ง 2 แพลตฟอร์ม ก็มีทั้งข้อดี-ข้อเสีย แต่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเรา ว่าจะใช้งานไปในด้านไหนนั้นเอง แต่ถ้าผมอยากจะแนะนำ ผมก็อยากจะให้ลองเขียนผ่าน Blogger ครับ เพราะผมเองก็ใช้งานอยู่ เมื่อก่อนผมก็ใช้ WordPress แต่เมื่อมันมีเรื่องของค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น การเปลี่ยนมาเป็น Blogger ก็อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับหลายคน

แล้วเพื่อนๆ มีความคิดเห็นอย่างไร ก็สามารถมาแบ่งปันกันที่ช่องแสดงความคิดเห็นได้ครับ


เครดิต

รูปภาพหน้าปก / รูปภาพประกอบบทความ - TamKung(ผู้เขียน)

ฟัง TamKung Podcast ได้ที่ Spotify Podcast | Apple Podcast | Google Podcast

ติดตาม TamKung ได้ที่ TamKung

Facebook: แต้มเอง

Twitter: แต้มเอง

ติดตาม TamKungPhoto ได้ที่ #TamKungPhoto