Xiaomi 12 Series คู่หูเรือธงตัวแรง มีดีอะไร คุ้มไหมที่จะใช้งานไหม?

Xiaomi 12 Series คู่หูเรือธงตัวแรง มีดีอะไร คุ้มไหมที่จะใช้งานไหม?



หากใครที่ได้ตามข่าวการวางจำหน่ายกับเครื่อง Xiaomi 12 Series แล้ว หลายคนก็อาจจะสงสัยว่ามันเป็นยังไงบ้าง มีอะไรโดดเด่น แล้วมันน่าซื้อมาใช้งานหรือเหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง เดี๋ยวเราจะมาลองดูด้วยกันในบทความของ TamKung วันนี้ในเรื่องของสรุป Xiaomi 12 Series คู่หูเรือธงตัวแรง มีดีอะไร คุ้มที่จะใช้งานไหม?

Xiaomi 12 Series

ต้องยอมรับว่าสินค้าจากแบรนด์ Xiaomi นั้นมีอยู่แทบจะทุกการใช้งานยุคเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันนะครับ แถมเรื่องราคาก็เป็นอะไรที่สามารถจับต้องได้ ซึ่งมาใครปีนี้ ทาง Xiaomi ก็ได้เปิดตัวจำหน่าย Smart Phone ที่มีเสียงตอบรับกันว่าเป็น Smart Phone เรือธงด้วยความคิดที่ว่า Master every scene หรือเรียกว่าเป็นการขนความสามารถในการถ่ายรูประบบ Studio ถ่ายภาพมาไว้ใน Smart Phone เครื่องเดียวเลยละครับ

https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/269924/FN9maD2akAIooSn.jpeg

ตอนที่ผมนั่งดูงานเปิดตัวของ Xiaomi 12 Series ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาเรื่องระบบการประมวลผลของ AI ที่เขาบอกว่าระบบที่ Xiaomi พัฒนานั้นจะมีเพียงในอุปกรณ์ของ Xiaomi เท่านั้น นั่นหมายถึงความสามารถในการคำนวณ วิเคราะห์และการประมวลผลนั้นจะทรงพลังตามฉบับของ Xiaomi และจะสามารถยกระดับและประสบการณ์ในการใช้งานที่มากยิ่งขึ้นนั้นเองละครับ

โดย Xiaomi 12 Series ออกมาทั้งหมด 2 ตัวด้วยกัน ซึ่งจะมีให้เลือกระหว่าง Xiaomi 12 Pro และ Xiaomi 12 ซึ่งความแตกต่างจะอยู่ที่เรื่องของขนาดตัวเครื่องและแบตเตอรี่และนอกจากนั้น ผมก็มองว่าไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก

ชิปเซ็ตประมวลผลตัวใหม่

https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/269924/FN4-xciXwAEmX5n.jpeg

อย่างที่เราทราบกันว่า Xiaomi 12 Series ที่ออกมาใหม่นี้จะมาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวใหม่ล่าสุดจากทาง Xiaomi อย่าง Snapdragon 8 Gen 1 ซึ่งทาง Xiaomi เองก็ได้พัฒนาตัวชิปกันมาอย่างยาวนาน และยังเป็นการยืนยันว่าเป็นชิปที่มีพลังที่สูงมากๆ ในด้านของการเชื่อมต่อกับ 5G ก็ถือว่าทำได้ดี และเป็นส่วนที่ทำให้การแสดงผลทางด้านกราฟิก ทำได้ดีมากยิ่งขึ้นถึง 30%

หน้าจอการแสดงผล

https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/269924/FN5B-lpXsAEMMs4.jpeg

  • ในรุ่นของ Xiaomi 12 Pro นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED Dot Display Samsung E5 ขนาด 6.73 นิ้ว ที่มีความสามารถที่โดดเด่นเรื่องการรองรับการแสดงผลอยู่ที่ 120 fps
  • ในรุ่นของ Xiaomi 12 ที่มาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED Dot Display ขนาด 6.28 นิ้ว ซึ่งจะเล็กกว่ารุ่น Pro มาบ้าง แต่ก็ยังรอบรับการแสดงผลของจออยู่ที่ 120 fps เช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง 2 รุ่นได้รับการรับรองและได้คะแนนหน้าจอจาก Display Mate (คือเว็บไซต์ให้คะแนนจากผู้เชี่ยวชาญด้านจอภาพ) ระดับ A+ อีกด้วย

เรื่องของกล้องที่ให้มา 3 ตัวที่แตกต่างกัน

อย่างที่บอกกันว่าเขาขนความสามารถในการถ่ายรูประบบ Studio ถ่ายภาพมาไว้ใน Smart Phone เครื่องเดียว

https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/269924/FN5BhO2X0AI-InE.jpeg

  • โดยในรุ่นของ Xiaomi 12 Pro ประกอบไปด้วยกล้อง 3 ตัว คือ กล้องหลักแบบ Wide Angle ความคมชัดที่ 50 ล้านพิกเซล กล้อง แบบ Ultra-wide ความคมชัดที่ 50 ล้านพิกเซล ขนาดมุมมองกว้าง 115 องศา และกล้องแบบ Telephoto ความคมชัดที่ 50 ล้านพิกเซลนั้นเองครับ โดยจุดเด่นของรุ่น Pro ก็คือสามารถใช้การ Digital Zoom ถึง 2 เท่า ถ่ายวิดีโอได้ในระดับ 8K 24 fps เหมาะกับการถ่ายแนวภาพยนตร์ หรือจะลองปรับเป็น 4K 30 fps ก็ยังพอได้ครับ
  • ส่วนในรุ่น Xiaomi 12 ก็มาพร้อมกับกล้อง 3 ตัวเช่นกัน แต่ว่าจะมีกล้องหลักแบบ Wide Angle ความคมชัดที่ 50 ล้านพิกเซล กล้องแบบ Ultra-wide ความคมชัด 13 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 123 องศา และกล้องแบบ Telemacro ความคมชัดที่ 5 ล้านพิกเซล โดยในรุ่นธรรมดานี้จะมีความโดดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพมุมกว้างหรือ Ultra-wide ที่จะได้องศามากกว่าในตัวรุ่น Pro ครับ

ระบบการคำนวณ และ AI ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของ Xiaomi

  • สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับเลยนั้นคือเรื่องของความสามารถในการคิดและวิเคราะห์ของ AI ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานของการถ่ายภาพ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ซึ่งแม้จะเป็นในที่ที่มีแสงน้อย ก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในฟีเจอร์อย่าง Xiaomi ProFocus ที่จะสามารถทำให้กล้องสามารถติดตามและระบุตำแหน่งได้อย่างดีเยี่ยม เพราะมันจะช่วยให้การถ่ายภาพในทีที่มีแสงน้อยนั้นออกมาดีกว่ากล้องทั่วไปครับ
  • และยังมีเรื่องของ Ultra Night Video ซึ่งเป็นความสามารถที่ AI ตัวนี้ทำได้ นั้นคือการถ่ายวิดีโอได้ในพื้นที่ที่มีแสงน้อยมาก และมาพร้อมกับ AI Cinema ที่จะมีโหมดในเลือกในการถ่ายทำมากกว่า เช่น Parallel World, Freeze Frame Video และโหมด Magic Zoom
  • นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการคิด และคำนวณวิถีการใช้งาน Smart Phone ของเรา เพื่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการชาร์จแบตโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นความสามารถของฟีเจอร์อย่าง Xiaomi AdaptiveCharge ที่จะช่วยในการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

การชาร์จแบตที่รองรับ Hyper Charge

https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/269924/FN5Cqg2XEAI0Vey.jpeg

  • Xiaomi 12 Pro มาพร้อมกับ Hyper Charge 120W กับแบตเตอรี่ขนาด 4,600 mAh นั้นหมายความว่าหากเราต้องการชาร์จแบตให้กับตัวเครื่อง เราสามารถชาร์จให้เต็มได้ภายใน 18 นาทีเท่านั้น ซึ่งมันเป็นอะไรที่ไวและรวดเร็วมากๆ หากเทียบกับการชาร์จแบตในยุคปัจจุบัน
  • แต่ในทางกลับกัน Xiaomi 12 ใช้แบตเตอรี่ขนาด 4,500mAh ซึ่งจะรองรับ Hyper Charge 67W เพื่อทำให้การชาร์จนั้นเร็วขึ้นพอตัวเลยละครับ

โดยทั้ง 2 รุ่นนี้จะมีการรองรับการชาร์จแบบไร้สายแบบ 50W กับการชาร์จแบบย้อนกับ (โดยมันคือการทำงานเหมือน Power Bank ให้สามารถถ่ายโอนแบตไปยังอีกเครื่องได้) ที่ 10W ครับ

Xiaomi 12 Series นี้จะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 เมษายน 2565 นี้

ราคา และสี

มีทั้งหมด 3 สีให้เลือก คือ เทาเข้ม (Gray), ม่วง (Purple) และฟ้า (Blue)

https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/269924/FN4_dSyWUAIi1_E.jpeg

  • Xiaomi 12 Pro รุ่นความจุ 12GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 31,990 บาท
  • Xiaomi 12 รุ่นความจุ 12GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 26,990 บาท
  • Xiaomi 12 รุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 24,990 บาท

สรุป

ส่วนตัวผมเองมองว่า หากใครที่เป็นสายต้องการเครื่องเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก เพื่อการพกพาที่สะดวก ก็จะแนะนำรุ่น Xiaomi 12 แต่หากใครที่ต้องเป็นสายทำ Content ที่ต้องการครบเครื่องเรื่องเครื่องมือในการถ่ายทำวิดีโอ หรือการถ่ายภาพแล้วละก็ ต้องแนะนำเป็นรุ่น Xiaomi 12 Pro ที่จะมอบประสบการณ์ที่เต็มอิ่มมากกว่าครับ แล้วท่านผู้อ่านรู้สึกอย่างไรมาลองแลกเปลี่ยน และพูดคุยกันได้นะครับ

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น