รีวิวฟีเจอร์ Universal Control vs. Sidecar ใครเหมาะกับงานแบบไหน

รีวิวฟีเจอร์ Universal Control vs. Sidecar ใครเหมาะกับงานแบบไหน



ในตอนนี้ Apple มี 2 ฟีเจอร์ในการทำงานบน Mac และ Macbook ของเรากับ iPad อย่าง Universal Control ซึ่งในตอนนี้จะอยู่ใน iPadOS และ macOS รุ่นเบต้า และรุ่นพี่อย่าง Sidecar ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา แล้วทั้ง 2 ฟีเจอร์นี้มันมีความแตกต่างอย่างไร แล้วแต่ละอย่างเหมาะกับการใช้งานทางด้านไหน บทความของ TamKung วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องของ Universal Control กับ Sidecar กันครับ

https://img-prod.api-onscene.com/cdn-cgi/image/format=auto%2Cwidth=1600%2Cheight=900/https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/266876/20220318-1_0004_IMG_3545.jpg

เพื่อความชัดเจน ผมต้องบอกตรงนี้เลยว่า Universal Control และ Sidecar เป็นฟีเจอร์คนละตัวกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอยู่ แต่ทั้ง 2 ฟีเจอร์นี้เป็นเสมือนผู้ช่วยในการเชื่อมต่อระหว่าง Mac และ iPad ทั้งคู่ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ที่จะใช้งาน ต้องใช้ Apple ID เดียวกันและเชื่อมต่ออยู่ในวง Wi-Fi เดียวกัน โดยที่การทำงานจะทำงานโดยอัตโนมัติทันที เมื่อเราตั้งค่าเสร็จครับ

Sidecar

https://img-prod.api-onscene.com/cdn-cgi/image/format=auto%2Cwidth=1600%2Cheight=900/https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/266876/20220318-1_0000_Screen Shot 2565-03-18 at 00.31.33 (2) copy.jpg

เราเริ่มที่รุ่นพี่ฟีเจอร์อย่าง Sidecar กันก่อน จากเมื่อก่อนหากเรามี iPad กับเครื่อง Mac อยู่แล้ว ละอยากเอา iPad มาเป็นจอเสริมให้กับการทำงานของเรา ก็ต้องไปติดตั้งโปรแกรม และแอปอื่นๆ มากมาย ทั้งเสียเงิน ทั้งกระตุกมากมาย เพื่อที่จะเปลี่ยน iPad เป็นจอ แต่ครั้งนี้ Apple ก็ได้หยิบเอาความสามารถนั้นมาอยู่รวมใน MacOS ที่จะสามารถทำให้ iPad รุ่นที่รองรับสามารถใช้เป็นจอที่ 2 ของเครื่องเราได้นั้นเอง

ความสามารถนี้คือ เราสามารถใช้งาน iPad เป็นหน้าจอที่ 2 ได้ ซึ่งจะแสดงผลแบบ Mirror จอของ Mac เลยก็ได้ โดยจะเชื่อมต่อกับ Internet หรือไม่ก็ได้ สามารถใช้งานได้

https://img-prod.api-onscene.com/cdn-cgi/image/format=auto%2Cwidth=1600%2Cheight=900/https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/266876/20220318-1_0006_IMG_3558.jpg

ซึ่งส่วนใหญ่เราก็คงรู้อยู่แล้วว่าจะใช้งานเพื่อเป็นจอที่ 2 ของเรา แต่นอกจากนั้น ตัว Sidecar ยังรองรับน้ำหนักที่กดลงไปบนหน้าจอ iPad ได้อีกด้วย นั้นเลยทำให้เราเอาไปประยุกต์ในงานอื่นๆ อีก เช่นเอาไปวาดรูปก็ทำได้ ซึ่งผมก็ใช้มันอยู่บ่อยๆ ครับ

ส่วนรุ่นที่รองรับ Sidecar คือตั้งแต่ macOS Catalina 10.15 ที่สามารถติดตั้งได้ตั้งแต่ Mac ทุกรุ่นที่ผลิตในปี 2012 และใหม่กว่าครับ ส่วน iPad ก็ต้องเป็นรุ่นที่รองรับ iPadOS ครับ

Universal Control

https://img-prod.api-onscene.com/cdn-cgi/image/format=auto%2Cwidth=1600%2Cheight=900/https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/266876/20220318-1_0001_Screen Shot 2565-03-18 at 00.27.40 (2) copy.jpg

หากใครที่มีอุปกรณ์ของ Apple ที่ต้องการใช้งานร่วมกันบ่อยๆ (แบบตัวผม) ต้องมีความสุขในการทำงานเพิ่มขึ้นครับ เพราะจากเมื่อก่อนเราจำเป็นต้องทำงานข้ามอุปกรณ์แบบที่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ ทั้ง Flash drive หรือสาย Lighting หรือแม้แต่ Airdrop ที่เป็นฟีเจอร์ส่งข้อมูลข้ามอุปกรณ์ก็อาจจะมีความยุ่งในการทำงานอยู่บ้าง แต่สิ่งเหล่านี้จะหมดไป เมื่อ Apple ออกฟีเจอร์ใหม่อย่าง Universal Control ซึ่งเป็นเหมือนตัวช่วย ที่จะให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างไหลลื่น ไม่มีสะดุด โดยที่เราสามารถทั้งพิมพ์ ลาก และอื่นๆ อีกมากมายข้ามอุปกรณ์ของ Apple ได้ง่ายๆ เลยละครับ

ฟีเจอร์หลักๆ คือเราสามารถใช้เมาส์ลากข้ามจอไปมาได้ ซึ่งจะต่างกับ Sidecar ที่จะเป็นภาพหน้าจอ ที่ต้องเป็นการทำงานบน Mac เครื่องนั้นๆ แต่ตัว Universal Control นั้นคือการใช้งานบนเครื่องนั้น เพียงแต่เหลือเมาส์ คีย์บอร์ดเพียงอันเดียว

https://img-prod.api-onscene.com/cdn-cgi/image/format=auto%2Cwidth=1600%2Cheight=900/https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/266876/20220318-1_0004_IMG_3545.jpg

โดยหากเราอยากจะเอารูปใน iPad ของเราไปใส่ใน Presentation บนแอป Keynote ก็สามารถทำได้โดยการลากเมาส์จากจอ iPad มายังจอของ Mac ได้เลยทันที ซึ่งมันง่ายมากกว่าการ Airdrop มาทีละรูปนั้นเองละครับ

ซึ่งเราสามารถใช้งานได้ 2 แบบการเชื่อมต่อ

  • เชื่อมต่อแบบไร้สาย: อุปกรณ์จะต้องเปิดใช้งาน Bluetooth, Wi-Fi, และ Handoff อยู่ห่างกันในระยะไม่เกิน 10 เมตร และต้องไม่แชร์ฮอตสปอตให้กันและกัน
  • เชื่อมต่อแบบสาย: iPad ต้องได้รับการเชื่อถือบน Mac ครับ โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Finder บน Mac

โดยรุ่นที่รองรับ ในส่วนของ Mac ก็ต้องเป็นรุ่นที่สามารถติดตั้ง macOS Monterey 12.3 ขึ้นไป (ซึ่งตอนที่ผมเขียนบทความนี้เป็นช่วงของ Beta) และ iPad ต้องเป็นรุ่นที่สามารถติดตั้ง iPadOS 15.4 ขึ้นไป (ในตอนนี้ยังคงเป็นรุ่น Beta)

และขอย้ำเตือนสำหรับคนที่ต้องการทดลองฟีเจอร์ Universal Control นี้ว่า ในช่วงระหว่างของ Beta หรือช่วงพัฒนา โดยมันจะเหมาะกับนักพัฒนาแอปในการใช้งานมากกว่า ซึ่งอยู่นั้นจะมีบั๊กค่อนข้างมาก หากไม่มีความรู้ด้านโปรแกรมเมอร์ อาจส่งผลกระทบสำหรับคนที่ Download เวอร์ชั่นนี้ไป ทางที่ดี ผมแนะนำว่าให้รอเวอร์ชั่นตัวเต็มมาดีกว่าครับ

https://img-prod.api-onscene.com/cdn-cgi/image/format=auto%2Cwidth=1600%2Cheight=900/https://sls-prod.api-onscene.com/partner_files/trueidintrend/266876/20220318-1_0002_IMG_8104.jpg

สรุปง่ายๆ คือฟีเจอร์ Sidecar จะเป็นฟีเจอร์เพื่อแสดงภาพหน้าจอของ Mac หรือ Macbook ของเราไปโชว์บนหน้าจอ iPad หรือเรียกว่าเป็นจอที่ 2 สำหรับเครื่อง Mac นั้นเอง ส่วน Universal Control คือการใช้ทั้งคีย์บอร์ดและเมาส์ของเครื่อง Mac รวมถึง Trackpad ในการควบคุมทั้งเครื่อง Mac และการควบคุมบน iPad ได้โดยไม่ต้องไปเชื่อมต่อแยกกันนั้นเองละครับ

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น