เดินทางด้วยเครื่องบินในยุค Covid-19 ต้องทำยังไงบ้าง?

เดินทางด้วยเครื่องบินในยุค Covid-19 ต้องทำยังไงบ้าง?



หลายครั้งการขึ้นเครื่องบินเพื่อการเดินทางไปจังหวัดต่างๆ ของประเทศ หรือจะเป็นการเดินทางข้ามประเทศ เราคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเดินทางด้วยเครื่องบินใช่ไหมละครับ แต่ด้วยความที่ว่าในปัจจุบันนี้ ด้วยสถานการณ์ความอันตรายของโรคระบาด Covid-19 แล้วนั้นก็ยิ่งส่งผลให้ช่วงนี้เดินทางไปไหนก็ค่อนข้างจะไม่สะดวกมาก แต่ก็ยังสามารถเดินทางได้อยู่ ในบทความของ TamKung วันนี้ ผมจะมารีวิวการโดยสารด้วยเครื่องบินกันครับ ว่าต้องมีอะไรที่ควรรู้ และสิ่งที่ควรทำบ้าง

สิ่งแรกที่เราต้องรู้ก่อนเลยคือเรื่องของ “ข้อปฏิบัติในการเตรียมตัวก่อนการขึ้นเครื่องบิน” ครับ โดยมันก็จะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันยุค ทันสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นๆ

ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกจากจังหวัดปลายทาง



เพราะว่าแต่ละจังหวัดเองก็จะมีมาตราการที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ทั้งพื้นที่สีแดง พื้นที่สีเหลือง พื้นที่สีส้มครับ ว่าเขาอนุญาตให้มีการเดินทางเข้า-ออกในจังหวัดนั้นๆ ได้ไหม โดยเราเองก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ ศูนย์ข้อมูล Covid-19 ของแต่ละจังหวัดได้เลยครับ 

เตรียมเอกสารก่อนและเพื่อใช้สำหรับการเดินทาง

โดยเราต้องเตรียทเอกสารให้พร้อมก่อนการเดินทางให้ครบๆ นะครับ โดยเราต้องมีเอกสารจำพวก เอกสารเพื่อยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน พาสปอร์ต ใบขับขี่ สูติบัตรครับ เอาแบบที่จะสามารถยืนยันตัวเราได้ 



และอีกประเภทของเอกสารคือ เอกสาร Boarding Pass และใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ทั้ง 2 เข็ม หรือผลการตรวจหาเชื้อ Covid-19 แบบ Antigen Test Kit (ATK) หรือแบบ RT-PCR (Real Time PCR) ก็ได้ครับ โดยพวกเอกสารอื่นๆ จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลของแต่ละสายการบิน และแต่ละจังหวัดนะครับ เพราะแต่ละที่ก็จะมีการใช้เอกสารที่แตต่างกันอยู่บ้าง โดยส่วนตัวของผมเอง ผมได้เตรียมทั้งเอกสารการฉีดวัคซีนฯ และผมเองก็ได้ใช้ที่ตรวจหาเชื้อ Covid-19 แบบ ATK มาจากบ้านอยู่แล้ว และก็ถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์ครับ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราไม่มีเชื้อนะ

การใช้เวลาที่จะเพิ่มมากขึ้น



เนื่องจากเวลาปกติที่เราต้องเดินทางไปยังสนามบิน เราอาจจะเผื่อเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง แต่ด้วยสถานการณ์แบบนี้ ผมก็อยากจะแนะนำให้มีการมารอที่สนามบินล่วงหน้าก่อนการเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ เพราะว่าเราอาจจะต้องใช้เวลาที่เพิ่มขึ้นในการตรวจสอบเอกสาร รวมถึงการเว้นระยะห่างทางสังคมที่จะเพิ่มความนานมากยิ่งขึ้นครับ และเผื่อมีปัญหาเรื่องเอกสารเราจะได้มีเวลาในการจัดการ ส่วนการเดินทางระหว่างประเทศแล้วก็อาจจะต้องเผื่อเวลาล่วงหน้าประมาณ 4 ชั่วโมงครับ เพราะมันจะมีความยุ่งยากมากกว่าการเดินทางภายในประเทศ เพราะเรื่องของเอกสารระหว่างประเทศ และมาตราการระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อนมากครับ แต่เนื่องจากผมเองก็ยังไม่มีกำหนดการการเดินทางระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นผมจะยังไม่ม่พูดถึงนะครับ

เราต้องส่วนหน้ากากอนามัยตลอดเวลา



เพราะว่าการสวมหน้ากากจะเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่งเพื่อให้เราไม่ได้รับเชื้อ แต่การที่เราต้องนั่งอุดอู้อยู่ในเครื่องบินหรือสนามบินที่เป็นสถานที่ปิด ไม่มีอากาศถ่ายเทก็เป็นจุดเสี่ยงที่จะทำให้มีการแผ่กระจายเชื้อโรคได้ง่ายมากขึ้นครับ เพราะฉะนั้นแล้วทุกสนามบินและบนเครื่องบินจะให้ผู้โดยสารทุกคนสวมหน้ากากตลอดเวลา ตั้งแต่การก้าวเข้าสนามบินจนถึงการขึ้นเครื่องเลยละครับ และเขาจะไม่อนุญาตให้สวมหน้ากากชนิดที่มีวาล์วระบายอากาศนะครับ แนะนำว่าให้ใช้แบบ 3M ก็เพียงพอแล้วละครับ และอย่าลืมเว้นระยะห่าง 1-2 เมตรตลอดการอยู่ในสนามบินนะครับ 

การเช็กอิน



สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ แนะนำผู้โดยสารเช็กอินล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ของแต่ละสายการบินครับ โดยที่เราสามารถทำรายการได้ล่วงหน้า 24 ชั่วโมงและภายใน 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทางครับผม ซึ่งหากต้องการโหลดสัมภาระ ก็สามารถให้ติดต่อเคาน์เตอร์เช็กอินได้ครับ โดยเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาทีก่อนเวลาเดินทางครับ

การนำสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่อง



การนำสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องก็ยังคงเป็นเรื่องราวที่ปกติตามที่เราทราบ แต่ผมจะเน้นในเรื่องของเจลแอลกอฮอล์นะครับ โดยที่เรานั้นสามารถนำเจลแอลกอฮอล์ติดตัวขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 350 มิลลิลิตรครับ โดยสามารถพ่วงกับของเหลวต่างๆ ชนิดละไม่เกิน 100 มิลลิลิตร ซึ่งต้องรวมกันไม่เกิน 1,000 มิลลิตรนะครับ

การให้บริการบนเครื่องบิน



เนื่องจากการที่เราต้องสวมใส่หน้ากากตลอดเวลาที่อยู่บนเครื่องบิน ทำให้การบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องนั้นถูกยกเลิกไปด้วยครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ตอนที่เราจองตั๋วเครื่องบินก็ไม่ต้องกดซื้ออาหารล่วงหน้านะครับ แต่หากว่าใครที่จองไว้นานแล้ว ทางสายการบินจะให้เราขอคืนเงินได้ผ่านทางช่องทางที่กำหนดครับ 

แต่หากเป็นการเดินทางระหว่างประเทศ ก็อาจจะยังมีการให้บริการอาหารบนเครื่องอยู่ครับ แต่ทางทีดี ก็ควรถอดหน้ากากเฉพาะเวลาที่จำเป็นเท่านั้นนะครับ อย่างเช่นการกินอาหาร และหลังจากการกินอาหารเสร็จก็ให้รีบสวมหน้ากากทันที และล้างมือด้วยเจลแอลกฮอล์ครับ



สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากบอกครับว่า การเดินทางข้ามจังหวัดหรือการโดยสารเครื่องบินนั้นก็ยังสามารถทำได้อยู่นะครับ เพียงแต่ว่าก็จะมีเรื่องราวและระเบียบที่ต้องทำเพิ่มขึ้นบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ดี เราก็ต้องดูแลตัวเอง สวมหน้ากากทุกครั้ง ล้างมือบ่อยๆ เท่านี้เราก็จะสามารถเดินทางได้ตามปกติแล้วละครับ แต่อย่าลืมที่ผมบอกไว้ คือตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนนะครับ เพราะมันอาจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้วันต่อวันเลยละครับ หากมีคำแนะนำหรือข้อมูลที่อัพเดทยังไง คุณผู้อ่านก็สามารถมาพูดคุยกันได้นะครับ

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น