ไม่รู้ว่าเวลาที่คนอื่นๆ เรียนภาษาจีนจะต้องใช้หนังสือเล่มไหน แต่วันนี้แต้มจะเอาหนังสือเรียนภาษาจีนที่แต้มได้เรียนมา ทั้งจากตอนที่เริ่มเรียนภาษาจีนที่ไทย และได้ใช้เรียนภาษาจีนที่ประเทศจีน วันนี้เอาหนังสือมาฝากกันครับ
คุณผู้อ่านเคยเป็นไหมครับ? เวลาอยากจะเริ่มต้นเรียนภาษาจีนทีไร พอเดินเข้าไปในร้านหนังสือแล้วถึงกับตาลาย เพราะมีตำราวางเรียงรายอยู่บนชั้นให้เลือกเยอะแยะเต็มไปหมด จนไม่รู้จะหยิบเล่มไหนดี หยิบมาแล้วจะอ่านเข้าใจไหม จะรอดหรือจะร่วง? แต้มเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเลยครับ เพราะตอนที่เริ่มเรียนแรกๆ แต้มก็มึนตึ้บเหมือนกัน! วันนี้ แต้มเอง จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักว่า 3 ตำราเรียนภาษาจีนที่แต้มอยากแนะนำ ครับผม
1. ภาษาจีนระดับต้น 1 (ฉบับปรับปรุง)
แต้มบอกเลยว่า เล่มนี้คือตำนานที่แท้ทรูครับ! สัมผัสแรกที่เปิดหน้ากระดาษ กลิ่นหมึกพิมพ์หอมๆ อ่อนๆ ผสานกับการจัดหน้ากระดาษแบบโปร่งๆ สบายตา ทำให้อยากหยิบปากกาไฮไลต์มาขีดเขียนตามเลยครับผม ตำราเล่มนี้เขาออกแบบมาแบบ "วัดตัวตัดเสื้อ" ให้เข้ากับคนไทยโดยเฉพาะเลยนะครับคุณผู้อ่าน เชื่อไหมครับว่า เล่มนี้เขาฮิตมากจนต้องพิมพ์ซ้ำมาแล้วถึง 40 ครั้ง! และมียอดขายสะสมทะลุ 120,000 เล่มไปแล้ว เป็นเครื่องการันตีเลยว่าสังคมให้การยอมรับหนังสือเล่มนี้สุดๆ ไปเลยครับ
สิ่งที่แต้มชอบมากคือ การปูพื้นฐานที่แน่นและเป็นลำดับขั้นตอนครับ ภายในเล่มมีตั้งแต่การแนะนำสัทอักษร (พินอิน) ตารางพยางค์ และกฎเกณฑ์การเขียนตัวหนังสือจีนที่ทำให้เรารู้สึกว่าการคัดลายมือไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แถมยังมีบทสนทนาในชีวิตประจำวันที่หยิบไปใช้ได้จริงทันทีเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการนับเลข "หนึ่งสองสามสี่ห้า", การทักทาย "สวัสดี", ประโยคคำถามอย่าง "นี่คืออะไร", "พวกคุณจะไปไหน", "หล่อนเป็นใคร" หรือแม้แต่ประโยคชมสาวน่ารักๆ อย่าง "หล่อนสวยมาก" ก็มีสอนนะครับ!
นอกจากนี้ ในฝั่งของเนื้อหาฉบับปรับปรุงใหม่ เขายังใจดีอัปเดตคำศัพท์ใหม่ๆ กว่า 1,200 คำให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันด้วยครับ จัดเรียงเนื้อหาไวยากรณ์ให้เป็นระบบ ชัดเจน อ่านปุ๊บเข้าใจปั๊บ แถมยังมีการเพิ่มคำแปลภาษาจีนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคุณครูชาวต่างชาติที่มาสอนในไทยอีกด้วย ส่วนแบบฝึกหัดท้ายบทก็ปรับปรุงมาให้ทำสนุกและเชื่อมโยงกับเนื้อหาได้ดีเยี่ยมเลยนั่นเองครับ
2. หนังสือชุด HSK Standard course
มาถึงอีกชุดที่แต้มเห็นแล้วต้องร้องว้าว! แค่เห็นหน้าปกสีสันสดใส ภาพประกอบชวนมองข้างในเล่ม ก็ช่วยกระตุ้นบรรยากาศการเรียนให้ดูคึกคัก ไม่น่าเบื่อชวนง่วงแล้วครับ ชุดนี้เป็นขวัญใจและเป็นหนังสือยอดฮิตประจำหลายๆ โรงเรียนเลยนะครับคุณผู้อ่าน เพราะเขาเรียบเรียงเนื้อหามาให้อ่านง่าย ย่อยความรู้ได้ไวมากๆ ครับผม
และที่สำคัญเลย แต้มมีข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับการเทียบหนังสือชุดนี้กับการสอบ HSK 3.0 มาฝากคุณผู้อ่านด้วยครับ เผื่อใครกำลังวางแผนเตรียมตัวสอบ จะได้หยิบหนังสือไปติวกันถูกเล่ม ไม่หลงทางแน่นอนครับ
- อยากสอบระดับ 1: หยิบหนังสือ HSK 1 และ 2 มาลุยได้เลยครับ
- อยากสอบระดับ 2: ขยับมาใช้หนังสือเล่ม HSK 3 ครับผม
- อยากสอบระดับ 3: ต้องติวเข้มด้วยหนังสือ HSK 4上 (เล่มบน) และ 4下 (เล่มล่าง) นะครับ
- อยากสอบระดับ 4: จัดไปกับหนังสือเล่ม HSK 5上 และ 5下 เลยครับ
- อยากสอบระดับ 5: เตรียมตัวให้พร้อมกับหนังสือ HSK 6上 ครับผม
- อยากสอบระดับ 6: ปิดท้ายขั้นเทพด้วยหนังสือ HSK 6下 นั่นเองครับ
3. หนังสือชุด Developing Chinese (发展汉语)
สำหรับเล่มที่สาม แต้มขอนำเสนอตำราเรียนที่สายจริงจังต้องหลงรักครับผม! พอเปิดหน้ากระดาษดู แต้มสัมผัสได้ถึงความหนาและเนื้อกระดาษที่จับแล้วสากมือนิดๆ ให้ความรู้สึกคลาสสิกเหมือนได้เข้าไปนั่งเรียนในมหาวิทยาลัยที่จีนจริงๆ เลยครับ หนังสือชุด Developing Chinese หรือที่เรียกกันติดปากว่า "ฟาจ่านฮั่นอวี่" เป็นชุดที่มหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในจีนและไทยหลายแห่งเลือกใช้กันเยอะมากครับ
สิ่งที่แต้มประทับใจสุดๆ คือเขาแบ่งทักษะแยกเล่มกันอย่างชัดเจนเลยครับคุณผู้อ่าน ทั้งเล่มฝึกฟัง เล่มฝึกพูด เล่มฝึกอ่าน-เขียน และเล่มรวมทักษะ ทำให้เราสามารถเลือกอุดรอยรั่วหรือเน้นฝึกทักษะเฉพาะจุดได้อย่างตรงจุดสุดๆ ครับผม เนื้อหาข้างในมีการหยิบยกสถานการณ์จริงมาพูดถึงได้อย่างเป็นธรรมชาติ รูปเล่มสะอาดตา อ่านทบทวนเพลินๆ ได้ยาวๆ เลยล่ะครับ ใครที่อยากปูพื้นฐานภาษาจีนให้แน่นปึ้กไปจนถึงระดับสูง แต้มบอกเลยว่าชุดนี้ต้องมีติดตู้หนังสือไว้เลยครับผม
เป็นยังไงกันบ้างครับกับหนังสือทั้งสามสไตล์ที่แต้มหยิบมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ หวังว่าบรรยากาศความสนุกในการเรียนภาษาจีนที่แต้มส่งผ่านตัวอักษร จะช่วยให้คุณผู้อ่านตัดสินใจเลือกหนังสือคู่ใจได้ง่ายขึ้นนะครับ
นอกจากนี้ คุณผู้อ่านก็สามารถมาพูดคุยกันได้ในช่อง “แสดงความคิดเห็น” ได้เลยนะครับ แต้มเอง เป็นพื้นที่ในการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจที่แต้มได้ไปเจอมา ทั้งสถานที่ อาหาร การใช้ชีวิต และเรื่องราวการเรียนอีกสารพัด ฝากกดติดตามด้วยนะครับ