วิวหน้าผาสุดอลังการริมแม่น้ำ
เชื่อไหมครับว่า วินาทีแรกที่แต้มได้เห็นกลุ่มอาคารไม้โบราณสูงถึง 11 ชั้น สร้างเกาะเกี่ยวลดหลั่นกันไปตามหน้าผาริมแม่น้ำเจียหลิง (Jialing River) แต้มถึงกับต้องหยุดยืนมองตาค้างเลยครับผม ยิ่งพอตกดึก แสงไฟสีเหลืองทองนับหมื่นดวงพร้อมใจกันเปิดสว่างไสว ตัดกับสีเข้มของท้องฟ้ายามค่ำคืน ลมเย็นๆ จากแม่น้ำพัดมาปะทะหน้าเบาๆ เป็นภาพที่งดงามราวกับมีมนต์ขลังจนแต้มแทบจะหยุดหายใจเลยล่ะครับ
มนต์เสน่ห์แห่งกลิ่นอายย้อนยุค
นอกจากนี้ พอแต้มลองเดินแทรกตัวเข้าไปในตรอกซอกซอยด้านในของหงหยาต้ง คุณผู้อ่านจะได้ยินเสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าดังเจื้อยแจ้วสลับกับเสียงเพลงพื้นเมืองครับผม กลิ่นหอมหวานของผลไม้เคลือบน้ำตาล หรือ "ถังหูลู่" ผสมกับกลิ่นควันจางๆ จากเตาขนมผิงและของย่างเสียบไม้ ลอยอบอวลไปทั่วเลยครับ สิ่งที่แต้มชอบมากคือ การได้เดินเบียดเสียดผู้คนนิดๆ ท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ มันทำให้เราสัมผัสได้ถึงพลังงานและความมีชีวิตชีวาของวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างเต็มเปี่ยมเลยนั่นเองครับ
มุมลับถ่ายรูปที่ได้ฟีลลิ่งแบบสุดๆ
สำหรับใครที่ชอบถ่ายรูป แต้มขอกระซิบว่าต้องลองเดินลงมาที่ชั้น 1 ตรงฝั่งถนนด้านล่างให้ได้นะครับ ตรงจุดนี้คุณผู้อ่านจะสามารถเงยหน้ามองความยิ่งใหญ่ของอาคารหงหยาต้งได้แบบเต็มตาเลยครับผม ยิ่งถ้ากะจังหวะให้มีรถแท็กซี่สีเหลืองสไตล์ฉงชิ่งขับผ่านเข้ามาในเฟรมพอดี แต้มบอกเลยว่ารูปนั้นจะออกมาดูคลาสสิกและเล่าเรื่องราวของเมืองนี้ได้แบบไร้ที่ติเลยครับ
หงหยาต้งไม่ใช่แค่จุดเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ นะครับ แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราเหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างแท้จริงครับผม ถ้าคุณผู้อ่านมีโอกาสมาเยือนฉงชิ่ง แต้มขอร้องว่าอย่าพลาดที่นี่เด็ดขาดเลยนะครับ
นอกจากนี้ คุณผู้อ่านก็สามารถมาพูดคุยกันได้ในช่อง “แสดงความคิดเห็น” ได้เลยนะครับ แต้มเอง เป็นพื้นที่ในการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจที่แต้มได้ไปเจอมา ทั้งสถานที่ อาหาร การใช้ชีวิต และเรื่องราวการเรียนอีกสารพัด ฝากกดติดตามด้วยนะครับ