ดำดิ่งสู่โลกเซลลูลอยด์และสเปเชียลเอฟเฟกต์สุดล้ำ
ก้าวแรกที่เดินเข้าไปใน พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์จีน (China National Film Museum) แต้มสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่สมกับเป็นพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ระดับชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยครับ พื้นที่ด้านในกว้างขวางมาก แต้มกับอุ้มใช้เวลาเดินดูนั่นดูนี่กันเพลินๆ เกือบสี่ชั่วโมงเลยทีเดียวครับ ไฮไลต์ที่ทำให้เราสองคนตื่นตาตื่นใจสุดๆ ตั้งแต่ ชั้น 1 คือจอยักษ์ทรงกลมตรงโถงกลางที่ฉายภาพใต้ท้องทะเลลึกไปจนถึงหมู่ดาวและไดโนเสาร์แบบอลังการ ระหว่างที่เดินขึ้นบันไดวน แต้มก็ไม่พลาดที่จะแวะถ่ายรูปมุมสูงเก๋ๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกครับ พอขยับขึ้นไปที่ ชั้น 2 และ ชั้น 3 จะเป็นโซนจัดแสดงวิวัฒนาการของภาพยนตร์จีนตั้งแต่ยุคบุกเบิก แต้มได้เห็นแผ่นฟิล์มเก่าๆ อุปกรณ์ถ่ายทำที่หาดูได้ยาก และยังได้ย้อนวัยไปกับโซนแอนิเมชันสุดคลาสสิก บอกเลยว่าคนรักการทำหนังเดินดูได้เป็นวันๆ ไม่มีเบื่อเลยครับ ส่วนโซนที่สนุกจนต้องร้องว้าวคือ ชั้น 4 ที่เปิดให้เราเข้าไปสัมผัสเบื้องหลังการทำสเปเชียลเอฟเฟกต์ ทั้งฉากจำลองฝนตก หิมะตก ฉากดวลปืนบนรถไฟ หรือแม้แต่ไปลองนั่งพรมวิเศษขี่มอเตอร์ไซค์ทะลุจอ เรียกว่าได้ปลดปล่อยความเป็นเด็กในตัวออกมาเต็มที่เลยครับผม
วิธีการเดินทางไปสัมผัสความยิ่งใหญ่
สำหรับการเดินทางมายังสถานที่แห่งความทรงจำนี้ก็ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดครับ ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่ เขตเฉาหยาง (Chaoyang District) คุณผู้อ่านสามารถปักหมุดในแอปพลิเคชันนำทางด้วยคำว่า 中国电影博物馆 หรือตามที่อยู่ ถนนหนานอิ่ง (Nanying Road) ได้เลยครับ หากใครสะดวกเรียกแท็กซี่หรือขับรถมาเอง ฝั่งตรงข้ามของพิพิธภัณฑ์ก็มี ลานจอดรถฟรี คอยให้บริการด้วยนะครับ สะดวกสบายมากๆ พอลงจากรถปุ๊บก็เดินข้ามมาเตรียมตัวรับความตื่นตาตื่นใจด้านในได้ทันทีครับ
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยก่อนไปเยือน
เรื่องที่แต้มอยากกระซิบบอกดังๆ คือสถานที่ระดับโลกแห่งนี้เปิดให้เข้าชม ฟรี! ครับผม แต่มีเงื่อนไขนิดหน่อยคือคุณผู้อ่านจะต้องทำการจองล่วงหน้าประมาณ 1-5 วัน ผ่านช่องทางออฟฟิเชียลของทางพิพิธภัณฑ์ก่อนนะครับ แต่ถ้าใครจองไม่ทันจริงๆ แต้มแนะนำให้ซื้อตั๋วดูหนังของที่นี่แทน ซึ่งจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การรับชมผ่าน จอ IMAX ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ แล้วนำตั๋วมาใช้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้เลยครับ ตัวพิพิธภัณฑ์จะปิดทำการทุก วันจันทร์ และเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 9:00 ถึง 17:00 นะครับ แนะนำให้พก ขนมและน้ำดื่ม ติดกระเป๋ามาด้วย เพราะด้านในไม่มีร้านอาหารให้บริการ และอย่าลืมใส่รองเท้าผ้าใบที่ใส่สบายที่สุดมานะครับ เพราะต้องเดินเยอะมากจริงๆ อ้อ! ด้านหน้าทางเข้ามี ล็อกเกอร์ฝากของฟรี ด้วยนะครับ ใครแบกของมาหนักๆ ก็แวะฝากก่อนเดินตัวปลิวเข้าไปชมด้านในได้เลยครับผม
การได้มาเดินทอดน่องซึมซับประวัติศาสตร์และเบื้องหลังความมหัศจรรย์ของโลกภาพยนตร์ในครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มแรงบันดาลใจให้แต้มได้อย่างเปี่ยมล้นเลยครับ ใครที่มีแพลนมาเที่ยวปักกิ่งและอยากหาจุดเช็คอินที่ไม่จำเจ แต้มขอเชียร์ให้ลองแวะมาที่นี่ดูสักครั้งนะครับ
นอกจากนี้ คุณผู้อ่านก็สามารถมาพูดคุยกันได้ในช่อง “แสดงความคิดเห็น” ได้เลยนะครับ แต้มเอง เป็นพื้นที่ในการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจที่แต้มได้ไปเจอมา ทั้งสถานที่ อาหาร การใช้ชีวิต และเรื่องราวการเรียนอีกสารพัด ฝากกดติดตามด้วยนะครับ