การได้ออกเดินทางไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมจีน ถือเป็นความฝันของใครหลายคนเลยใช่ไหมครับ ประเทศจีนยุคนี้เดินทางง่าย สะดวกสบาย แถมยังมีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่ผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ใครที่กำลังลังเลว่าปักกิ่งกว้างใหญ่ขนาดนี้ จะเริ่มต้นวางแผนเที่ยวยังไงดี จะหลงไหม หรือจะเดินทางยากหรือเปล่า ไม่ต้องกังวลเลยครับ เพราะ วันนี้ แต้มเอง จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักว่า ลุยปักกิ่ง 5 วัน 4 คืน เดินทางง่าย ถ่ายรูปสวย ครับผม
วันที่ 1: เช็คอินจัตุรัสเทียนอันเหมินและพระราชวังต้องห้าม
เริ่มต้นทริปวันแรกกันด้วยสถานที่ที่เป็นหัวใจของปักกิ่งกันเลยครับคุณผู้อ่าน แต้มแนะนำให้ตื่นเช้าสักนิด เพื่อไปรับลมเย็นๆ และชมความกว้างใหญ่ของ จัตุรัสเทียนอันเหมิน พื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ จากนั้นเดินทะลุเข้าไปยัง พระราชวังต้องห้าม (Forbidden City) ความรู้สึกแรกที่ก้าวเข้าไปคือความอลังการจนขนลุกเลยครับ สถาปัตยกรรมสีแดงตะหง่านตัดกับหลังคาสีเหลืองทอง ยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือจริงๆ แต้มกับอุ้มเดินถ่ายรูปกันจนเมื่อยขา แต่ก็เพลินมากๆ ครับ สำหรับการเดินทางก็แสนง่ายดาย เพียงแค่นั่งรถไฟใต้ดิน สาย 1 ไปลงที่สถานี Tiananmen East แล้วเดินออกทางออก A ก็จะเจอจุดตรวจกระเป๋าเลยครับ อ้อ! สิ่งสำคัญที่แต้มอยากย้ำคือ ค่าเข้าชมอยู่ที่ประมาณ 60 หยวน และต้องจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันก่อนเสมอ เพราะหน้าประตูไม่มีขายตั๋วแล้วนะครับ
วันที่ 2: ท้าลมหนาวบนกำแพงเมืองจีน ด่านมู่เถียนยวี่
มาถึงปักกิ่งวันที่สอง ถ้าไม่ได้เหยียบกำแพงเมืองจีนก็เหมือนมาไม่ถึงใช่ไหมครับคุณผู้อ่าน แต้มขอแนะนำ กำแพงเมืองจีน ด่านมู่เถียนยวี่ (Mutianyu Great Wall) เพราะด่านนี้คนจะไม่พลุกพล่านเท่าด่านยอดฮิตอื่นๆ ทำให้เราได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติและถ่ายรูปได้สวยกว่าครับ พอขึ้นไปถึงด้านบน สัมผัสได้ถึงลมหนาวที่พัดมาปะทะหน้า มองออกไปเห็นแนวกำแพงทอดยาวลัดเลาะไปตามแนวเขา เป็นภาพที่ประทับใจมากจริงๆ ครับ การเดินทางไปที่นี่อาจจะใช้เวลาสักหน่อย แต้มแนะนำให้นั่งรถไฟใต้ดิน สาย 2 ไปลงที่สถานี Dongzhimen จากนั้นออกทางออก B เพื่อไปต่อรถบัสสาย 916 Express นั่งยาวๆ ไปลงที่ป้าย Huairou Beidajie แล้วเรียกแท็กซี่ต่ออีกนิดเดียวก็ถึงทางเข้าแล้วครับ ค่าเข้าและค่ากระเช้าไปกลับรวมๆ แล้วประมาณ 180 หยวน ถือว่าคุ้มค่ากับประสบการณ์ที่ได้รับแน่นอนครับ แนะนำให้พกน้ำเปล่าติดกระเป๋าไปด้วยนะครับ เพราะเดินเหนื่อยเอาเรื่องเลยครับผม
วันที่ 3: เดินเล่นพระราชวังฤดูร้อน และลิ้มรสเป็ดปักกิ่งสุดฟิน
เข้าสู่วันที่สาม เรามาเปลี่ยนบรรยากาศเดินเล่นรับลมชิลๆ กันบ้างที่ พระราชวังฤดูร้อน (Summer Palace) ครับ สถานที่แห่งนี้ร่มรื่นมาก มีทะเลสาบคุนหมิงที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แต้มชอบบรรยากาศตอนบ่ายๆ ที่แสงแดดอ่อนๆ กระทบผิวน้ำ สวยงามจนอยากหยุดเวลาไว้เลยครับ ใครขี้เกียจเดินก็สามารถเช่าเรือเป็ดถีบเล่นในทะเลสาบได้ด้วยนะครับ การเดินทางก็สะดวกสบายเหมือนเดิม นั่งรถไฟใต้ดิน สาย 4 ไปลงที่สถานี Beigongmen ออกทางออก D ก็จะเจอทางเข้าด้านหลังพระราชวังเลยครับ หลังจากเดินเล่นจนหนำใจ ท้องก็เริ่มร้อง แต้มเลยขอพาคุณผู้อ่านไปจัดหนักกับเมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้อย่าง เป็ดปักกิ่ง หนังเป็ดกรอบๆ แล่มาบางกำลังดี ห่อด้วยแป้งนุ่มๆ ราดซอสหวานๆ และใส่ต้นหอม เป็นรสชาติที่ละมุนลิ้นสุดๆ ครับ สนนราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 150-200 หยวน ขึ้นอยู่กับร้านที่เราเลือกไปทานครับผม
วันที่ 4: ชมความวิจิตรของหอฟ้าเทียนถาน และช้อปปิ้งหวังฝูจิ่ง
วันที่สี่แล้ว แต้มขอพาคุณผู้อ่านแวะไปชมสถาปัตยกรรมสุดวิจิตรที่ หอฟ้าเทียนถาน (Temple of Heaven) ซึ่งในอดีตใช้เป็นสถานที่บวงสรวงสวรรค์ของจักรพรรดิครับ ตัวอาคารทรงกลมหลังคาสีน้ำเงินเข้มโดดเด่นตัดกับท้องฟ้า เป็นอีกหนึ่งจุดที่ถ่ายรูปสวยมากๆ การเดินทางก็ง่ายดาย นั่งรถไฟใต้ดิน สาย 5 ไปลงที่สถานี Tiantandongmen ทางออก A2 ครับ หลังจากอิ่มเอมกับประวัติศาสตร์แล้ว ช่วงเย็นแต้มก็ขอไปละลายทรัพย์กันที่ ถนนคนเดินหวังฝูจิ่ง (Wangfujing Street) แหล่งรวมร้านค้าแบรนด์เนม ร้านของฝาก และสตรีทฟู้ดแปลกๆ มากมาย ใครที่กำลังมองหาของฝากกลับไปฝากคนที่บ้าน หรือจะไปสุ่ม กล่องจุ่ม Pop Mart น่ารักๆ แวะมาที่นี่รับรองว่าได้ของติดไม้ติดมือกลับไปเพียบแน่นอนครับ นั่งรถไฟใต้ดิน สาย 1 ไปลงสถานี Wangfujing ได้เลยครับผม
วันที่ 5: เก็บตกบรรยากาศเมืองเก่า ซื้อของฝากก่อนบินกลับ
วันสุดท้ายในปักกิ่ง แต้มขอพามาเดินเล่นซึมซับวิถีชีวิตดั้งเดิมกันที่ย่าน หูท่ง (Hutong) ตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนโบราณสไตล์จีนผสมผสานปักกิ่งครับ บรรยากาศเงียบสงบ มีร้านกาแฟชิคๆ ซ่อนตัวอยู่เพียบ แต้มได้กลิ่นกาแฟหอมคั่วใหม่ๆ ลอยมาเตะจมูกตลอดทางเลยครับ เหมาะกับการมาเดินถ่ายรูปสตรีทสวยๆ ส่งท้ายทริป การเดินทางมาก็ไม่ยากครับ นั่งรถไฟใต้ดิน สาย 6 ไปลงที่สถานี Nanluoguxiang เดินออกทางออก E ก็จะเจอตรอกหูท่งชื่อดังที่เต็มไปด้วยของกินและของที่ระลึกน่ารักๆ ให้ซื้อกลับไปฝากเพื่อนๆ ครับ กำเงินหยวนก้อนสุดท้ายไปละลายที่นี่ได้เลย ก่อนจะเตรียมตัวเดินทางไปสนามบินเพื่อบินกลับไทยพร้อมความทรงจำดีๆ ครับผม
การมาเยือนปักกิ่งในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งทริปที่เติมเต็มพลังใจได้ดีมากๆ ครับ ทั้งความยิ่งใหญ่ของสถานที่ต่างๆ และอาหารที่อร่อยถูกปาก ทำให้แต้มหลงรักเมืองนี้เข้าอย่างจัง หวังว่าแผนการเดินทางที่แต้มนำมาฝากในวันนี้ จะเป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณผู้อ่านอยากแพ็คกระเป๋าออกเดินทางไปสัมผัสความสวยงามของปักกิ่งด้วยตัวเองดูสักครั้งนะครับ
นอกจากนี้ คุณผู้อ่านก็สามารถมาพูดคุยกันได้ในช่อง “แสดงความคิดเห็น” ได้เลยนะครับ แต้มเอง เป็นพื้นที่ในการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจที่แต้มได้ไปเจอมา ทั้งสถานที่ อาหาร การใช้ชีวิต และเรื่องราวการเรียนอีกสารพัด ฝากกดติดตามด้วยนะครับ