เวลาที่คุณผู้อ่านเดินทางไปท่องเที่ยวในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและเทคโนโลยีสุดล้ำ เคยมีความรู้สึกที่อยากจะหลีกหนีความวุ่นวาย แล้วไปเดินทอดน่องในสถานที่ที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์กันบ้างไหมครับ แต้มเป็นคนหนึ่งที่มักจะมองหาพื้นที่แบบนี้เสมอเวลาไปเที่ยวเมืองใหญ่ครับผม
หลังจากที่แต้มพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสความศิวิไลซ์ของมหานครเซี่ยงไฮ้กันมาแล้ว ร่างกายของแต้มก็เริ่มโหยหาความร่มรื่นและศิลปะดั้งเดิมครับ ซึ่งในใจกลางเมืองที่วุ่นวายแห่งนี้ ก็มีสวนสวรรค์ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียน รอให้คุณผู้อ่านเข้าไปค้นพบครับ
วันนี้ แต้มเอง จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักว่า สวนอี้หยวน เซี่ยงไฮ้ ครับผม
หลุดเข้าไปในยุคจีนโบราณที่แท้จริง
ทันทีที่แต้มก้าวเท้าผ่านประตูทางเข้าของ สวนอี้หยวน (Yuyuan Garden) ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความร่มเย็นที่แตกต่างจากด้านนอกอย่างสิ้นเชิงเลยครับ เหมือนแต้มได้เปิดประตูทะลุมิติย้อนเวลากลับไปในยุคราชวงศ์หมิงหรือราชวงศ์ชิงเลยทีเดียวครับผม
บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเขียวขจีของต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา ตัดกับสถาปัตยกรรม ศาลาจีนโบราณ ที่ทำจากไม้สีเข้มและหลังคากระเบื้องสีดำที่ถูกแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงครับ ทุกซอกทุกมุมของที่นี่สะท้อนให้เห็นถึงความประณีตของช่างฝีมือในสมัยก่อนได้อย่างชัดเจนเลยครับ
แต้มเดินทอดน่องไปตามทางเดินหินที่คดเคี้ยวไปมา ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้เก่าและดอกไม้ที่ปลูกไว้ตามมุมต่างๆ มันเป็นความรู้สึกที่ผ่อนคลายและทำให้จิตใจของแต้มสงบลงได้อย่างประหลาดเลยครับคุณผู้อ่าน
จุดที่แต้มประทับใจที่สุดและใช้เวลายืนมองอยู่นานมากก็คือบริเวณ สะพานเก้าโค้ง (Jiuqu Bridge) ครับ สะพานหินสีขาวที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปมาอยู่เหนือสระน้ำขนาดใหญ่ เป็นภาพที่สวยงามและมีเอกลักษณ์มากๆ ครับผม
แต้มแอบไปรู้ประวัติมาว่า การที่เขาสร้างสะพานให้คดเคี้ยวถึงเก้าโค้งนั้น เป็นความเชื่อของคนจีนโบราณที่ว่าวิญญาณร้ายจะเดินทางเป็นเส้นตรงเท่านั้น การสร้างสะพานให้คดเคี้ยวจึงเป็นการป้องกันไม่ให้สิ่งไม่ดีข้ามมาได้นั่นเองครับ เป็นเกร็ดความรู้ที่ทำให้แต้มเดินข้ามสะพานนี้ด้วยความรู้สึกที่พิเศษขึ้นไปอีกครับ
พอมองลงไปในสระน้ำ แต้มก็เห็นฝูงปลาคาร์ปตัวอ้วนท้วนสีสันสดใสแหวกว่ายกันไปมาอย่างร่าเริงครับ เสียงน้ำไหลเบาๆ ผสมผสานกับเสียงนกร้อง เป็นซาวด์แทร็กธรรมชาติที่ช่วยฮีลใจแต้มจากความเหนื่อยล้าในการเดินทางได้เป็นอย่างดีเลยครับผม
เติมพลังด้วยของอร่อยย่านตลาดเฉิงหวงเมี่ยว
หลังจากที่แต้มเดินชมความงามของสวนด้านในจนเต็มอิ่มแล้ว พอเดินออกมาด้านนอกก็จะพบกับโซนที่เรียกว่า ตลาดเฉิงหวงเมี่ยว (City God Temple Bazaar) ซึ่งเป็นย่านการค้าเก่าแก่ที่คึกคักและมีสีสันมากๆ ครับผม
ตึกรามบ้านช่องในย่านนี้ยังคงออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่สวยงามอลังการไม่แพ้ด้านในสวนเลยครับ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของแต้มมากที่สุดในตอนนี้ก็คือกลิ่นหอมของอาหารที่ลอยเตะจมูกมาจากทุกทิศทุกทางครับ
แต้มเดินลัดเลาะไปตามร้านรวงต่างๆ และอดไม่ได้ที่จะต้องไปต่อคิวซื้อ เสี่ยวหลงเปา ร้านดังอย่าง ร้านหนานเสียง (Nanxiang Steamed Bun Restaurant) ครับ พอได้ลิ้มรสชาติน้ำซุปร้อนๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างในแป้งบางนุ่ม แต้มบอกเลยว่าอร่อยแสงออกปาก สมกับการรอคอยจริงๆ ครับคุณผู้อ่าน
การเดินทางฉบับแต้มพาเที่ยว
สำหรับการเดินทางมาสัมผัสความงามของสวนอี้หยวนแห่งนี้นั้น แต้มขอบอกเลยว่าง่ายและสะดวกสบายมากๆ ครับ คุณผู้อ่านไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางเลยครับผม
แต้มแนะนำให้คุณผู้อ่านใช้บริการรถไฟใต้ดิน สาย 10 หรือ สาย 14 นะครับ ให้นั่งมาลงที่ สถานี Yuyuan Garden ได้เลยครับ ชื่อสถานีตรงตัวเป๊ะๆ พอรถไฟจอดปุ๊บก็เดินตามป้ายบอกทางในสถานีมาได้เลยครับ
เมื่อถึงตอนที่จะออกจากสถานี ให้คุณผู้อ่านเลือกเดินขึ้นมาที่ ทางออก 1 หรือ ทางออก 7 นะครับ พอเดินพ้นประตูสถานีขึ้นมาปุ๊บ ให้คุณผู้อ่านเดินมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ตามฝูงชนไปเรื่อยๆ ใช้เวลาเดินเท้าสบายๆ รับลมเย็นๆ ประมาณ 10 นาที ก็จะมองเห็นกลุ่มอาคารจีนโบราณที่ตั้งตระหง่านรอต้อนรับอยู่ตรงหน้าแล้วล่ะครับ
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยก่อนไปเยือน
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเข้าชมพื้นที่ด้านในของสวนอี้หยวนนั้น แต้มบอกเลยว่าคุ้มค่ากับความสวยงามที่ได้รับมากๆ ครับ โดยค่าตั๋วจะอยู่ที่ประมาณ 40 หยวน เท่านั้นครับผม แต่ถ้าคุณผู้อ่านแค่เดินเล่นถ่ายรูปและหาของกินที่ตลาดด้านนอก อันนี้สามารถเดินได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเลยครับ
สิ่งเดียวที่แต้มอยากกระซิบเตือนคุณผู้อ่านสักนิดก็คือ สถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสูงมากๆ ครับ ถ้าคุณผู้อ่านอยากได้ภาพถ่ายที่เห็นสถาปัตยกรรมสวยๆ แบบไม่ค่อยติดคน แต้มขอแนะนำให้มาในช่วงเช้าตรู่ตอนที่สวนเพิ่งเปิดเลยนะครับ จะได้บรรยากาศที่เงียบสงบและถ่ายรูปสนุกกว่ามากๆ ครับผม
ท้ายที่สุดนี้ แต้มหวังว่าเรื่องราวความประทับใจจากการไปเดินเล่นที่สวนอี้หยวนที่แต้มนำมาเล่าให้ฟัง จะทำให้คุณผู้อ่านรู้สึกอยากลองไปสัมผัสความงามและกลิ่นอายของประเทศจีนในยุคอดีตด้วยตัวเองดูสักครั้งนะครับ รับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยู่ในความทรงจำของคุณผู้อ่านอย่างแน่นอนครับผม
นอกจากนี้ คุณผู้อ่านก็สามารถมาพูดคุยกันได้ในช่อง “แสดงความคิดเห็น” ได้เลยนะครับ
แต้มเอง เป็นพื้นที่ในการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจที่แต้มได้ไปเจอมา ทั้งสถานที่ อาหาร การใช้ชีวิต และเรื่องราวการเรียนอีกสารพัด ฝากกดติดตามด้วยนะครับ