เวลาที่คุณผู้อ่านนึกอยากจะไปเดินเล่นรับลมเย็นๆ ท่ามกลางตึกสวยๆ สไตล์ยุโรป แต่มีเวลาจำกัดหรือไม่อยากนั่งเครื่องบินไปไกลถึงอีกซีกโลก จะนึกถึงที่ไหนกันบ้างครับ แต้มเชื่อว่าหลายคนคงกำลังมองหาสถานที่ที่ตอบโจทย์ความรู้สึกแบบนี้อยู่แน่ๆ เลย ซึ่งแต้มเพิ่งได้ไปสัมผัสบรรยากาศแบบนั้นมาด้วยตัวเอง แล้วก็อดใจไม่ไหวที่จะต้องรีบหยิบมาเล่าให้ฟัง วันนี้ แต้มเอง จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักว่า เดอะบันด์ เซี่ยงไฮ้ ครับผม

มนต์เสน่ห์แห่งสถาปัตยกรรมริมน้ำ

ทันทีที่แต้มก้าวเท้าเดินมาถึงบริเวณริมน้ำ ความรู้สึกแรกที่ปะทะเข้ามาคือสายลมเย็นๆ ที่พัดมาจากแม่น้ำครับ ประกอบกับภาพตรงหน้าที่ทำเอาแต้มต้องหยุดยืนมองอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว

สถานที่แห่งนี้คือ เดอะบันด์ (The Bund) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ หาดไว่ทาน (Waitan) นั่นเองครับ ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ทางเดินริมน้ำธรรมดาๆ นะครับ แต่เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่รวบรวมเอากลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกเอาไว้มากมายอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

แต้มลองเดินเลียบไปตามทางเดินริมแม่น้ำที่ทอดยาวเกือบ 2 กิโลเมตร สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ครับ แต่ละตึกโดดเด่นด้วยการออกแบบในสไตล์ยุโรปที่ประณีตมากๆ แฝงไปด้วยมนต์ขลังของประวัติศาสตร์

ในช่วงเวลากลางวัน แสงแดดอ่อนๆ ที่กระทบลงบนลวดลายปูนปั้นของตัวอาคาร มันช่วยขับเน้นให้เห็นถึงความคลาสสิกและร่องรอยของกาลเวลาได้อย่างชัดเจนเลยครับ แต้มเดินเพลินจนลืมความเมื่อยล้าที่ขาไปเลยทีเดียวครับผม

และเมื่อแต้มทอดสายตามองข้ามแม่น้ำหวงผู่ไปยังฝั่งตรงข้าม สิ่งที่ตระหง่านอยู่ก็คือ หอคอยไข่มุก (Oriental Pearl Tower) ครับผม ภาพความแตกต่างระหว่างความคลาสสิกของฝั่งที่แต้มยืนอยู่ และความล้ำสมัยของฝั่งนู้น เป็นความขัดแย้งที่ลงตัวและมีเสน่ห์ดึงดูดสายตามากๆ ครับ

บรรยากาศยามค่ำคืนที่เหมือนหลุดไปในยุโรป

พอตกเย็น แสงอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีวานิลลาอมส้ม กลิ่นอายความสดชื่นของแม่น้ำเริ่มชัดเจนขึ้นพร้อมกับลมที่พัดเย็นลงกว่าเดิมครับ แต้มเลือกที่จะยืนพิงรั้วริมน้ำเพื่อรอดูความเปลี่ยนแปลงของสถานที่แห่งนี้

และแล้ววินาทีที่แต้มประทับใจที่สุดก็มาถึงครับ เมื่ออาคารสไตล์ยุโรปทั้งหมดพร้อมใจกันเปิดไฟสว่างไสว แสงสีทองประกายส้มฉาบไปทั่วทั้งตัวตึก ทำเอาเดอะบันด์ในตอนกลางคืนงดงามขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวเลยครับ

บรรยากาศรอบตัวในตอนนั้นทำให้แต้มรู้สึกเหมือนกำลังเดินเล่นอยู่ริมแม่น้ำเทมส์ที่ลอนดอน หรือไม่ก็ริมแม่น้ำแซนที่ปารีสเลยครับ ถ่ายรูปออกมามุมไหนก็ดูเหมือนอยู่ยุโรปจริงๆ คุณผู้อ่านต้องลองมาเห็นด้วยตาตัวเองให้ได้สักครั้งนะครับ

เสียงหวูดเรือที่แล่นผ่านไปมาในแม่น้ำ ผสมผสานกับเสียงพูดคุยร่าเริงของผู้คนที่มาเดินเล่น เป็นจังหวะชีวิตของมหานครเซี่ยงไฮ้ที่ทำให้แต้มรู้สึกมีพลังและเต็มอิ่มกับความประทับใจนี้มากๆ ครับผม

การเดินทางฉบับแต้มพาเที่ยว

สำหรับการเดินทางมาที่นี่ แต้มขอบอกเลยว่าง่ายแสนง่ายครับ คุณผู้อ่านไม่ต้องกลัวหลงเลย เพียงแค่ใช้บริการรถไฟใต้ดินของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งสะดวกสบายและครอบคลุมเส้นทางท่องเที่ยวหลักๆ ไว้หมดแล้วครับ

แต้มแนะนำให้คุณผู้อ่านนั่งรถไฟใต้ดิน สาย 2 หรือ สาย 10 ก็ได้นะครับ มาลงที่ สถานี East Nanjing Road พอถึงสถานีแล้วให้เดินตามป้ายบอกทางเพื่อขึ้นมาที่ ทางออก 2 หรือ ทางออก 3 ครับผม

พอเดินพ้นประตูทางออกสถานีขึ้นมา คุณผู้อ่านก็จะพบกับถนนคนเดินหนานจิงที่คึกคักไปด้วยร้านค้าสุดๆ ครับ ให้เดินตามฝูงชนมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเรื่อยๆ ใช้เวลาเดินเท้าชิลๆ ดูแสงสีข้างทางประมาณ 10 ถึง 15 นาที ก็จะมองเห็นความยิ่งใหญ่ของเดอะบันด์รอต้อนรับอยู่ตรงหน้าแล้วครับ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยก่อนไปเยือน

เรื่องค่าใช้จ่ายนี่เป็นสิ่งที่แต้มประทับใจและอยากบอกต่อมากครับ เพราะการมาเดินเล่นรับลม ชมวิวหลักล้านที่เดอะบันด์แห่งนี้นั้น ไม่มีค่าเข้าชมสถานที่แต่อย่างใด ครับผม คุณผู้อ่านสามารถเดินถ่ายรูปได้ฟรีตลอดทั้งเส้นทางเลย ถือว่าเป็นความสุขที่คุ้มค่าสุดๆ ไปเลยครับ

แต่ถ้าใครเดินจนเหนื่อยหรือเริ่มรู้สึกหิวน้ำ บริเวณใกล้เคียงและตามตรอกซอกซอยด้านหลังกลุ่มตึกคลาสสิก ก็จะมีร้านสะดวกซื้อและคาเฟ่เล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ครับ แต้มแวะซื้อเครื่องดื่มเย็นๆ มาเดินจิบเพลินๆ จ่ายไปแค่ไม่กี่หยวน ก็ช่วยเติมความสดชื่นให้มีแรงเดินต่อได้เยอะเลยครับ

สิ่งเดียวที่แต้มอยากกระซิบเตือนคุณผู้อ่านก็คือ ในช่วงวันหยุดเทศกาลหรือช่วงหัวค่ำที่ตึกเริ่มเปิดไฟ คนจะหลั่งไหลมาเยอะมากๆ ครับ ถ้าอยากได้รูปสวยๆ แบบไม่ค่อยติดคน แต้มขอแนะนำให้ยอมตื่นเช้ามาถ่ายรูปตอนเช้าตรู่ หรือไม่ก็ต้องใช้ทักษะการหามุมหลบคนกันสักนิดนึงนะครับ

ท้ายที่สุดนี้ แต้มหวังว่าเรื่องราวการเดินเล่นรับลมที่เดอะบันด์ในวันนี้ จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณผู้อ่านอยากจัดกระเป๋าออกเดินทางไปสัมผัสความสวยงามระดับโลกนี้ด้วยตัวเองดูสักครั้งนะครับ รับรองว่าจะต้องหลงรักบรรยากาศที่นี่เหมือนที่แต้มรู้สึกแน่นอนครับผม

นอกจากนี้ คุณผู้อ่านก็สามารถมาพูดคุยกันได้ในช่อง “แสดงความคิดเห็น” ได้เลยนะครับ

แต้มเอง เป็นพื้นที่ในการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจที่แต้มได้ไปเจอมา ทั้งสถานที่ อาหาร การใช้ชีวิต และเรื่องราวการเรียนอีกสารพัด ฝากกดติดตามด้วยนะครับ