ช่วงนี้ลมหนาวเริ่มพัดมาเยือนเมืองเฉิงตูแล้วนะครับ พออากาศเริ่มเย็นลงแบบนี้ ใจของแต้มก็นึกถึงหิมะขาวๆ ฟูๆ ขึ้นมาทันที วันนี้แต้มเลยอยากจะหยิบยกเอาสถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจที่เคยได้ไปสัมผัสมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อคุณผู้อ่านท่านไหนมีแพลนจะแวะมาเที่ยวแถวเสฉวน จะได้ลองแวะไปสัมผัสความเย็นยะเยือกและธรรมชาติที่สวยตะลึงกันครับ วันนี้จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักว่า Bi Peng Gou อุทยานภูเขาหิมะ ครับผม
ทำความรู้จักกับ Bi Peng Gou หุบเขาหิมะแห่งเสฉวน
ก่อนจะออกเดินทาง แต้มขอพาคุณผู้อ่านมารู้จักสถานที่แห่งนี้กันสักนิดครับ ภูเขาหิมะ Bi Peng Gou (毕棚沟) หรือที่มีความหมายตรงตัวว่า "หุบเขาหิมะ" ตั้งอยู่ในเขตอุทยานธารน้ำแข็งของมณฑลเสฉวนครับ ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติเลยทีเดียว เพราะโดดเด่นเรื่องทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพวาด ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหิมะสูงตระหง่าน น้ำตกสายใหญ่ หรือทะเลสาบที่ใสกิ๊งสะท้อนแสงแดด ในอดีตพื้นที่แถบนี้เคยเป็นเส้นทางสัญจรของชนเผ่าเก่าแก่ แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นสวรรค์ของคนรักธรรมชาติไปเรียบร้อยแล้วครับ
การเดินทางสู่ดินแดนหิมะ
สำหรับการเดินทางไปเยือน Bi Peng Gou นั้น แต้มเริ่มต้นสตาร์ทจากเมืองเฉิงตูครับ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 200 กิโลเมตร ถ้าคุณผู้อ่านจะเดินทางเองก็สามารถไปขึ้นรถบัสได้ที่สถานีขนส่ง Chadianzi Bus Station (茶店子车站) เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองลี่ซาน (Li County) แล้วค่อยต่อรถแท็กซี่หรือรถท้องถิ่นเข้าอุทยานอีกทีครับ ใช้เวลาเดินทางรวมๆ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่สำหรับทริปนี้ แต้มเลือกวิธีตัดปัญหาด้วยการซื้อทัวร์เดินทางไปพร้อมกับคนจีนเลยครับ สะดวกเรื่องการเดินทางแต่ก็อาจจะมีความซับซ้อนเรื่องการสื่อสารและเอกสารนิดหน่อย หากคุณผู้อ่านสนใจวิธีนี้อาจจะต้องเตรียมตัวเรื่องภาษาจีนไว้บ้างนะครับ
งบประมาณและสิ่งที่ต้องเตรียมตัว
เรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญใช่ไหมครับ ค่าเข้าชมอุทยานจะอยู่ที่ประมาณ 70 หยวน (ราว 400 บาท) ซึ่งราคานี้จะรวมการเข้าชมจุดต่างๆ ไว้แล้ว แต่จะมีค่ารถบัสภายในอุทยานที่เราต้องจ่ายเพิ่มอีกประมาณ 60 หยวน (ราว 300 บาท) เพื่อเดินทางระหว่างจุดท่องเที่ยวครับ สิ่งที่แต้มอยากแนะนำเลยคือ คุณผู้อ่านควรเตรียม "เงินสด" ติดตัวไปให้เพียงพอนะครับ เพราะร้านค้าหรือจุดบริการบางแห่งในนั้นอาจจะไม่รองรับการจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์หรือบัตรเครดิตครับผม
สัมผัสความงามของธรรมชาติแบบใกล้ชิด
เมื่อเราผ่านประตูอุทยานเข้ามาแล้ว รถของอุทยานจะพาเราไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ ระหว่างทางแต้มบอกเลยว่าวิวด้านนอกหน้าต่างคือดีมาก เต็มไปด้วยต้นสนเรียงรายและฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ จุดแรกที่ต้องแวะคือลานน้ำแข็งขนาดใหญ่ครับ น้ำแข็งที่นี่เป็นสีขาวตัดกับสีฟ้าใส สะท้อนแสงแดดระยิบระยับสวยงามสุดๆ ถัดมาคือทะเลสาบ Longwang Lake หรือทะเลสาบมังกรขาว จุดนี้คือนิพพานของสายถ่ายรูปเลยครับ เพราะน้ำนิ่งจนเห็นเงาสะท้อนของภูเขาหิมะชัดเจนมาก มีสะพานไม้ให้เดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์แบบเต็มปอดเลยครับ
ความยิ่งใหญ่ของน้ำตกและลานหิมะเสียดฟ้า
เดินลึกเข้าไปอีกหน่อย เราจะเจอกับความอลังการของน้ำตก Bailong Waterfall ครับ น้ำตกแห่งนี้เกิดจากการละลายของหิมะ ไหลลงมาจากยอดเขาสูงราวกับมังกรสีขาวสมชื่อเลยครับ เสียงน้ำตกกระทบหินดังสนั่นก้องกังวาน ให้ความรู้สึกถึงพลังธรรมชาติจริงๆ จากนั้นเราต้องนั่งรถบัสต่อขึ้นไปยัง "ลานหิมะ" (Snow Plateau) ครับ จุดนี้อากาศจะเริ่มเบาบางและหนาวจัดมากๆ หิมะหนานุ่มปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ถ้าใครร่างกายไหวและเตรียมถังออกซิเจนมาพร้อม ก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าขึ้นไปต่อที่ทุ่งดอก Panyang Lake ด้านบนสุดได้ครับ แต่ถ้าใครเริ่มเหนื่อย แค่เดินเล่นถ่ายรูปที่ลานหิมะตรงนี้ แต้มว่าก็คุ้มค่าและฟินมากแล้วครับ
เที่ยวได้ทุกฤดู สวยไม่ซ้ำแบบ
จริงๆ แล้ว Bi Peng Gou เป็นที่ที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยนะครับคุณผู้อ่าน แต่ละฤดูกาลจะมีเสน่ห์ต่างกันไป ถ้ามาช่วงใบไม้ผลิ (มี.ค.-พ.ค.) ก็จะเจอดอกไม้บานสะพรั่ง ถ้ามาหน้าร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) อากาศจะเย็นสบายเหมาะหนีร้อนมาพึ่งเย็น ช่วงใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) ใบไม้จะเปลี่ยนสีสวยงามมาก แต่ถ้าใครชอบความหนาวแบบสะใจและอยากเห็นหิมะฟูๆ แบบที่แต้มมานี้ ต้องมาช่วงหน้าหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) เลยครับ รับรองว่าสวยจับใจแน่นอนครับ
การมาเที่ยว Bi Peng Gou ครั้งนี้ แม้แต้มจะใช้เวลาแค่วันเดียวแบบไป-กลับ ซึ่งอาจจะดูรีบเร่งไปสักนิด แต่ความประทับใจที่ได้กลับมานั้นเต็มเปี่ยมจริงๆ ครับ เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้ร่างกายด้วยพลังจากธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม หากคุณผู้อ่านมีโอกาสมาเฉิงตู อย่าลืมแวะมาสัมผัสความหนาวเย็นที่นี่ดูสักครั้งนะครับ